Canonvr.com-รถยนต์
รถ,รถยนต์,เรื่องรถยนต์,ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรถยนต์

เมื่อยางล้อรถยนต์แตกในขณะขับขี่ควรทำอย่างไร

เมื่อยางล้อรถยนต์แตกในขณะขับขี่ควรทำอย่างไร

 

ในการใช้รถยนต์บนท้องถนนนั้น มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่รถยนต์  จะประสบอุบัติเหตุยางแตกกะทันหัน  ทั้งนี้เกิดได้หลายปัจจัยอาทิ  ยางรถยนต์หมดสภาพเนื่องจากใช้มาหลายปี ( ไม่เปลี่ยน)  โดนวัสดุทิ่มแทง  เมื่อยางแตกกะทันหัน อันดับแรกต้องควบคุมสติให้ดี  และปฏิบัติดังนี้
เมื่อรถยางแตกขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
1. ใช้มือทั้งสองข้างจับพวงมาลัยให้แน่นและมั่นคงควบคุมทิศทางรถยนต์
2. ถอนคันเร่งออก ลดความเร็ว
3. ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจ มองกระจกส่องหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถคันหลังตามมาติดๆ หรือไม่
4. แตะเบรกอย่างเบาและค่อยๆเลียเบรก อย่าแตะแรงๆ  เพราะอาจจะทำให้รถหมุน
5. ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะการเหยียบคลัตช์ จะทำให้รถยนต์เคลื่อนที่เร็วขึ้น เนื่องจากแรงเฉื่อยจากการขับขี่  ดังนั้นการลดความเร็วของรถที่ดีที่สุด  คือการใช้เครื่องยนต์ช่วยลดความเร็วลงโดยการถอนคันเร่งโดยไม่ต้องเหยียบคลัตช์
6. ไม่ควรดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้รถหมุนตัวได้
7ให้สัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย และเข้าจอดข้างทาง

วิธีการการดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้นอย่างง่ายๆ

วิธีการการดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้นอย่างง่ายๆ

การดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้น
ปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจประเทศไทย ถึงแม้ค่าจ้างแรงงานจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม  แต่นั่นหมายถึงว่าค่าครองชีพก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ข้าวของมีราคาแพงขึ้น ค่าน้ำค่าไฟฟ้าที่มองดูเหมือนถูกลงแต่ที่จริงไม่ได้ถูกลงอย่างที่คิด  ไหนจะค่าน้ำมันรถในการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระต่างๆ  ไหนยังจะมีค่าบำรุงรักษารถยนต์อีกจิปาถะ  ทุกคนจึงต้องมองหาวิธีที่จะประหยัดเงินค่าใช้จ่าย  การดูแลรักษารถยนต์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการใช้รถของผู้ที่มีรถ ไม่ใช่ว่ามีรถอยู่คัน มีกุญแจอยู่ดอก มีหน้าที่ขับก็ขับอย่างเดียว  ทุกวัน ทุกเดือน  ทุกปี  ขับมาเป็นปีแล้วยังไม่รู้เลยว่า ลมยางอ่อน  หม้อน้ำแห้ง  ระดับน้ำมันเบรกต่ำ  บทความนี้ผมจะแนะนำวิธี การดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้น เพื่อช่วยผู้ที่มีรถยนต์และต้องการลดค่าใช้จ่ายการดูแลรักษารถสุดที่รักของตัวเองให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุด
การดูแลรักษาเครื่องยนต์
1.       กระปุกน้ำมันเบรก                                      6.  สายพาน
2.       กรองอากาศ                                               7.  ฝาปิดหม้อน้ำ
3.       ก้านวัดน้ำมันเครื่อง                                    8.  ถังพักน้ำสำรอง
4.       กระปุกน้ำฉีดกระจก                                   9.  แบตเตอรี่
5.       กระปุกน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์              10. ก้านวัดน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ

…..click here to read more

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพ.ร.บ.รถยนต์

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพ.ร.บ.รถยนต์

 

การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ( พ.ร.บ. ) (Compulsory Motor Insurance) หมายถึงการประกันภัยรถประเภทที่กฎหมายให้เจ้าของรถซึ่งใช้หรือมีรถไว้เพื่อใช้ ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับ ผู้ประสบภัยโดยประกันภัยกับบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการประเภทการประกันภัยรถ โดยรัฐบาลมีเจตจำนงเพื่อให้เกิดความคุ้มครองแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชนที่ประสบภัยเป็นสำคัญ

ผู้มีหน้าที่ต้องทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
1. เจ้าของรถ (ผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ)
2. ผู้เช่าซื้อรถ (ผู้ครอบครองรถในฐานะผู้เช่าซื้อรถ)
3. เจ้าของรถซึ่งนำรถที่จดทะเบียนในต่างประเทศเข้ามาใช้ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
การฝ่าฝืนไม่จัดให้มีการทำประกันภัยรถ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 กำหนดให้ระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

ประเภทรถที่ต้องทําประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ พ.ร.บ.
รถที่ต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ. ได้แก่ รถทุกชนิดทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหารที่เจ้าของมีไว้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ ไม่ว่ารถดังกล่าวจะเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อเครื่อง รถยนต์โดยสาร รถบรรทุก หัวรถลากจูง รถพ่วง รถบดถนน รถอีแต๋น ฯลฯ ดังนั้น รถบางประเภทที่กรมการขนส่งทางบกไม่รับจดทะเบียน แต่หากเข้าข่ายว่ารถนั้นเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น ให้จัดเป็นรถที่ต้องทำประกันภัยตาม พ.ร.บ.

…..click here to read more

Page 12 of 14:« First« 9 10 11 12 13 14 »